อาหาร 5 สี ช่วยบำรุงสายตามีอะไรบ้าง

อาหาร 5 สี ช่วยบำรุงสายตามีอะไรบ้าง สายตาของเรานั้นมีคู่เดียว และในขณะที่เราตื่นเราก็ใช้สายตาอยู่ตลอดเวลา แต่สายตาของเราจะได้พักเมื่อเราหลับสายตา จึงถือเป็นอวัยวะที่ใช้งานหนักพอสมควร เพราะฉะนั้นคุณจึงต้องทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา การบำรุงสายตาที่ยั่งยืนที่สุดคือ การบำรุงจากภายใน งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง อาหาร 5  สี สีแรก คือ อาหารสีแดง อย่างเช่น ผลโกจิเบอร์รี่จะมีสารซีแซนทีน ทำหน้าที่กรองหรือป้องกันรังสีจากแสงแดด บำรุงสายตา และช่วยชะลอจอประสาทตาเสื่อม และยังปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย อาหารสีเหลือง มีสารซีแซนทีน ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของโรคต้อกระจก ป้องกันไม่ให้แสงทำลายเลนส์ตาของคุณ เช่น พริกหยวก อาหารสีเขียว มีสารลูทีน คุณจะพบสารนี้ได้ในผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า สวีสชาร์ด ถ้าคุณรู้แล้วก็อยากให้คุณทานผักกันเยอะๆ ในทุกมื้ออาหารควรมีผักอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง อาหารสีม่วง มีสารแอนโทไซยานิน และสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งสารชนิดนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมของสารสีที่ทำให้ตาพล่ามัวในช่วงวัยสูงอายุ เช่น เปลือกมะเขือม่วง ดอกอัญชัน และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อาหารสีส้ม ป้องกันการเกิดโรคตาบอดตอนกลางคืน เพราะมีสารเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ และลูทีน  เช่น แครอท คุณจะเห็นได้ว่าอาหาร […]

7 วิธีแก้ กลิ่นเท้า ดับกลิ่นเท้าเหม็น

อีกหนึ่งปัญหากวนใจของหนุ่มๆสาวๆ หลายคนก็คือ “กลิ่นเท้า” โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนเหงื่อออกเยอะบริเวณมือและเท้า ก็มักจะทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ง่ายๆ เป็นผู้หญิงแล้วเท้าเหม็น ก็ไม่ไหวนะสาวๆ ต้องรีบหาทางแก้ด่วน วันนี้เรามีวิธีแก้กลิ่นไม่พึงประสงค์ ลดกลิ่น “เท้าเหม็น” และวิธีดูแลสุขอนามัยของเท้าเบื้องต้นมาบอกต่อ เผื่อใครจะนำเอาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งก็ทำได้ไม่ยากเลย ตามมาดูกันเลย 1. หมั่นทำความสะอาดเท้า มีข้อมูลที่ได้รับมาจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ จากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เคยระบุไว้ว่า “โรคเท้าเหม็น” มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะผู้ที่ชอบใส่ถุงเท้าอับนานๆมีเหงื่อไหลมาก ก็จะก่อให้ผิวหนังยุ่ยและติดเชื้อแบคทีเรียง่าย วิธีแก้ไขอย่างแรกเลย คือ ต้องหมั่นทำความสะอาด ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือโรยแป้งฝุ่นลดความอับชื้น และที่สำคัญ ไม่ควรใส่ถุงเท้าตอนเท้ายังเปียกหรือยังไม่แห้งดี 2. โรยผงแป้งแก้กลิ่นเท้า ปัจจุบันมี แป้ง สำหรับลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เท้าโดยเฉพาะ แป้งชนิดนี้สามารถช่วยระงับเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นเท้าได้ โดยให้นำมาทาให้ทั่วเท้าก่อนใส่ถุงเท้าหรือรองเท้า หรือจะนำไปโรยในรองเท้าด้วยก็ได้ เช่น แป้งเด็กต่างๆ แป้งเต่าเหยียบโลก แป้งโยคี คุณสมบัติของแป้งเหล่านี้จะช่วยดูดซึมความชื้นจากเหงื่อได้ดี เมื่อเราต้องสวมถุงเท้าเป็นเวลานานๆ 3. สบู่ฆ่าเชื้อแก้กลิ่นเท้า  การใช้สบู่ฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นสบู่ชนิดเดียวกับที่แพทย์ใช้ฟอกมือเวลาเข้าห้องผ่าตัด ก็สามารถช่วยระงับกลิ่นได้ เพียงแค่ใช้สบู่ชนิดนี้ฟอกไว้ที่เท้า ทิ้งไว้ 1-2 นาที ทำแบบนี้ทุกวัน […]

อาหาร 8 ชนิดที่จะทำให้คุณสิวหายช้า

ของหวาน ของหวานจะไปกระตุ้นให้สิวเกิดการอักเสบมากขึ้น ดังนั้นถ้ากินของหวานสิวก็จะขึ้นง่ายและหายช้าด้วย อาหารที่ผลิตจากนมวัว น้ำนมจะมีฮอร์โมนชนิดหนึ่งไปกระตุ้นสิว จนทำให้สิวไม่หายสักทีนั่นเอง ชา กาแฟ ในขณะที่เรากำลังประสบปัญหาสิวบุกนั้น การดื่มชากาแฟ จะส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำ เนื่องจากกระตุ้นให้มีการปัสสาวะบ่อยๆ โดยเมื่อร่างกายขาดน้ำก็จะทำให้สิวหายช้าได้ จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิวไม่หายสักทีนั่นเอง อาหารประเภทโปรตีน อาหารประเภทโปรตีนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อเป็ด เนื้อหมู ก็ล้วนส่งผลให้สิวหายช้าได้ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรลดปริมาณให้น้อยลง และเลี่ยงพวกเนื้อสัตว์ติดมันหรือหนังไก่จะดีที่สุด แอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์จะส่งผลให้ร่างกายของเราอยู่ในภาวะไม่สมดุล เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะส่งผลให้ภูมิคุ้มกันร่างกายของเราบกพร่องได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิวและส่งผลให้สิวหายช้า อาหารเส้นแปรรูป พวกอาหารเส้นแปรรูปทั้งหลาย อย่างเช่น พาสต้า สปาเกตตี้ ขนมจีน มาม่า ก็เป็นอาหารอีกหนึ่งประเภทที่จะกระตุ้นให้สิวหายยากได้ ไขมันทรานส์ ไขมันชนิดนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นสิวหรือไม่เป็นก็ตาม ไม่ควรนำเข้าร่างกายในปริมาณเยอะเพราะอันตราย โดยไขมันประเภทนี้มักจะอยู่ในอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด ของทอด ขนมถุง และเบเกอรี่ เป็นต้น อาหารรสจัด อาหารรสจัดก็เป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้รักษาสิวไม่หายง่ายเช่นกัน ดังนั้นใครที่ชอบกินอาหารรสจัดก็ต้องลดความจัดจ้านของอาหารให้น้อยลง หรือถ้าเลี่ยงไปเลยก็จะดีมาก สามารถติดตามข้อมูลต่างๆได้จาก https://www.stillwildstillthreatened.org/ 

ประโยชน์ของเปลือกกล้วย กับความงามที่คุณยังไม่ทราบ

ประโยชน์ต่างๆ ของเปลือกกล้วยเพื่อความงาม 1. ใช้ขัดฟันให้ขาว เปลือกกล้วยมี K(โพแทสเซียม), Mn(แมกนีเซียม) และ Mg(แมงกานีส) ที่สามารถใช้ทำความสะอาดฟันเพื่อขจัดสิ่งสกปรกและคราบเหลืองที่ติดฟันได้ และยังมีวิตามิน D ที่ช่วยทำให้สุขภาพฟันแข็งแรง วิธีการนำเปลือกกล้วยมาขัดฟัน ดังนี้ ตัดเปลือกกล้วยให้มีขนาดที่เหมาะสมกับปาก ใช้ด้านในของเปลือกขัดถูฟัน เมื่อขัดจนทั่วแล้วก็ปิดปากและรอเวลา 10 นาที ใช้แปรงสีฟันแห้งแปรงฟันให้ทั่ว จากนั้นแปรงด้วยยาสีฟันอีกครั้งและบ้วนปากให้สะอาด ทำวันละ 1-2 ครั้ง เป็นเวลาติดต่อกันประมาณ 2 สัปดาห์ ฟันจะค่อยๆ ขาวขึ้น 2. ช่วยรักษาสิว เปลือกกล้วยยังมีสารต้านอนุมูลอิสระได้แก่ ลูทีน(Lutein), วิตามิน A และ E อีกทั้งยังมีสารต้านการอักเสบประกอบอยู่ด้วย วิธีการนำเปลือกกล้วยมารักษาสิว ดังนี้ เลือกเปลือกกล้วยที่พอสุกมาใช้ ไม่ควรเลือกเปลือกกล้วยที่สุกงอมจนมีจุดดำ ล้างทำความสะอาดหน้าด้วยสบู่หรือโฟมล้างหน้าและเช็ดให้แห้ง ตัดเปลือกกล้วยให้มีขนาดที่สามารถจับได้ง่าย แล้วนำด้านในของเปลือกกล้วยไปแปะไว้ที่ตำแหน่งสิว นวดเบาๆ ประมาณ 10 นาที ในระหว่างที่นวดก็ให้คอยดูว่าเปลือกกล้วยดำหรือไม่ หากเปลือกกล้วยดำให้เปลี่ยนเปลือกกล้วยใหม เมื่อนวดเสร็จแล้วทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้สารอาหารจากเปลือกกล้วยดูดซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างเต็มที่ […]

SPF & PA ที่อยู่บนครีมกันแดดคืออะไร

SPF (Sun Protection Factor) ป้องกันรังสี UVB ป้องกันความหมองคล้ำ ค่า SPF จะปกป้องรังสี UVB และบอกว่า เราจะสามารถสู้แดดได้ยาวนานแค่ไหนผิวจึงจะไหม้ โดยเราสามารถคำนวณเวลาสู้แดดได้คร่าว ๆ ดังนี้ ใช้เวลายืนตากแดด 15 นาที ผิวจึงจะไหม้(โดยประมาณ *ผิวของแต่ละคนก็จะใช้เวลาไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพของผิว) แต่เมื่อทาครีมกันแดดที่มี SPF30 = ครีมกันแดดจะช่วยให้เราสามารถสู้แดดได้นานขึ้นจากเดิม 30 เท่าผิวจึงจะไหม้ ดังนั้น 15 นาที x 30 = 450 นาที หรือ 7 ชั่วโมง 30 นาที ผิวจึงจะเริ่มไหม้ (แต่ความนานนั้นอาจจะไม่เท่ากับที่เราคำนวณด้วย error และ ปัจจัยต่างๆ เพราะที่คำนวณเป็นแค่ทฤษฎีเท่านั้น ถ้าในชีวิตจริงก็จะมีความเสื่อมสภาพตามอายุของครีมกันแดด เหงื่อ หรืออื่นๆ ดังนั้นก็ควรที่จะทาครีมกันแดดทุกๆ 2-3 ชม เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด) ค่า SPF […]

วิธีถอดเล็บเจลด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งร้าน

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ กรรไกรตัดเล็บ เครื่องเจียเล็บ ตะไบหยาบ ตะไบขัดเงา ออยล์บำรุงเล็บ วิธีถอดเล็บเจล 1. ใช้กรรไกรตัดเล็บเจล (หรือกรรไกรตัดเล็บอันธรรมดาก็ได้ แต่อาจจะลำบากหน่อย เพราะไม่ได้ออกแบบมาให้ตัดเล็บเจล) ตัดเล็บเจลให้สั้นลง 2. ใช้เครื่องเจียเล็บ ค่อยๆ เจียไปบนเล็บเจลที่ต้องการเอาออก โดยให้เจียเบาๆ แค่ผิวๆ ระวังโดนเนื้อเล็บจริง ไม่ต้องเอาออกทั้งหมดในขั้นตอนนี้ เพราะสามารถเอาออกเพิ่มได้ในขั้นตอนต่อไป 3. ใช้ตะไบหยาบ ตะไบเจลส่วนที่เหลือบนหน้าเล็บออก ตะไบเบาๆ อย่าหนักมือ จะได้ไม่โดนเนื้อเล็บจริง 4. ให้ใช้ตะไบละเอียดสำหรับขัดเงา ตะไบหน้าเล็บให้ครบทุกนิ้ว 5. จากนั้นก็ตะไบแต่งทรงเล็บจริงที่เหลืออยู่ให้เป็นทรงตามต้องการ 6. ใช้ออยล์บำรุงเล็บลงที่โคนเล็บเพื่อบำรุง และตะไบให้ทั่วหน้าเล็บเพื่อให้ขึ้นเงา แค่นี้ก็ได้เล็บสวยสุขภาพดีกลับมาแบบไม่ต้องไปถอดเจลที่ร้านแล้วค่า ใครต่อเล็บบ่อยๆ ก็ลองฝึกดู เผื่อไม่มีเวลาไปร้านแล้วอยากถอดเล็บเจล

10 วิธีทำให้ผิวขาวใสแบบธรรมชาติ ไม่อันตราย

1. ทาครีมกันแดดก่อนออกไปโดนแดดอย่างสม่ำเสมอ ถ้าหากพูดถึงสิ่งที่จะช่วยคุ้มครองป้องกันพวกเราจากแดดที่ทำให้พวกเราผิวสีคล้ำเสีย ใครๆก็จะต้องนึกถึงโลชั่นที่เอาไว้ป้องกันแดดเป็นอันดับต้นๆแน่ๆ เว้นแต่ครีมกันแสงแดดจะช่วยคุ้มครองรังสีอัลตร้าไวโอเลต ครีมที่เอาไว้สำหรับกันแสงแดดบางตัวยังช่วยบำรุงรักษาผิวให้ขาวใสอีกด้วย ด้วยเหตุนี้โลชั่นที่มีไว้ป้องกันแดดเป็นไอเทมสำคัญมากๆสำหรับทุกคนที่กำลังดูแลผิวของตัวเองอยู่ในช่วงเวลานี้ 2. ขัด/สครับผิวด้วยสมุนไพรที่ช่วยให้ผิวขาวใส การขัดผิวเป็นแนวทางง่ายๆที่จะช่วยขัดขี้ไคลรวมทั้งกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าให้หลุด เพื่อเซลล์ผิวใหม่ที่มีความกระจ่างใสกว่าเดิมขึ้นมาแทนที่ หรือบางทีอาจใช้สบู่ฟอกตัวที่ทำมาจาก ส้ม หรือ มะขาม แทนก็ได้ เวลาขัดผิวไม่สมควรขัดแรงๆกระทั่งกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดเป็นรอยแดง ที่อาจส่งผลให้ผิวอักเสบ และก็เกิดริ้วรอยที่ทำให้ผิวดูแก่ก่อนวัย 3. ทาครีมบำรุงเป็นประจำ หลังจากอาบน้ำเสร็จ ตอนที่ผิวหมาดๆควรจะทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมที่ช่วยทำให้ขาว เช่น โลชั่นที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง การทาครีมบำรุงในตอนที่ผิวกำลังหมาดๆนั้น จะมีผลให้ครีมซึมไปสู่ผิวไว รวมทั้งมีคุณภาพที่ดี 4. หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดด ควรพยายามหลีกเลี่ยงไม่ไปในที่ที่มีแดดจัดๆหรือถ้าเกิดเลี่ยงไม่ได้จริงๆควรจะพกร่มหรือสวมเสื้อแขนยาวเพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้ผิวพวกเราได้รับรังสีอัลตร้าไวโอเลตโดยตรง ถึงแม้การสวมเสื้อแขนยาวนั้นจะร้อน แต่ถ้าเพื่อความสวยงามแล้วนั้น พวกเรามั่นใจว่าทุกคนสามารถทนได้อย่างไม่ต้องสงสัยจ้ะ 5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับให้ถึง 8 ชั่วโมงนับได้ว่าเป็นอะไรที่ร่างกายของพวกเราต้องการเยอะที่สุด เนื่องจากระหว่างที่พวกเรานอน ร่างกายจะซ่อมระบบข้างในต่างๆรวมทั้งปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมเซลล์ผิวที่ผุพัง ให้กลับมาดูดีขึ้นอีกครั้ง เมื่อตื่นตอนเช้ามาผิวก็จะดูปลั่งเปล่ง อิ่มเอิบ และก็ผ่องใสขึ้นด้วยจ้ะ 6. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว การกินน้ำจะช่วยทำให้ร่างกายกำจัดของเสีย เมื่อของเสียออกไปหมดรวมทั้งจะมีผลให้ผิวดูผ่องใส เปล่งปลั่ง ทั้งยังเป็นเหตุให้ผิวชุ่มชื้น ไม่เหี่ยวย่นอีกด้วย และก็ถ้าเกิดรู้สึกเบื่อรสเดิมๆของน้ำดื่มที่ช่างแสนจะจืดจางเหลือกันนั้น ก็บางทีอาจทดลองบีบมะนาวผสมเพิ่มเข้าไปดื่มด้วย การผสมน้ำมะนาวและก็ดื่มบ่อยๆในเวลาเช้าและก่อนดื่มน้ำนั้น จะช่วยให้ระบบขับถ่ายของเสียภายในร่างกายทำงานได้ดิบได้ดีขึ้น 7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แนวทางนี้เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้มีผิวขาวอย่างคงทน การบริหารร่างกายนั้นจะช่วยปรับระบบเลือดไหลเวียนได้ดิบได้ดีขึ้น แล้วก็เหงื่อก็จะถูกขับออกมาจากรูขุมขน ซึ่งถือเป็นการชำระล้างรูขุมขนไปในตัว พวกสิ่งสกปรกต่างๆก็จะถูกขับออกมาด้วย ทำให้สุขภาพผิวดูดี อ่อนวัย รวมทั้งกระจ่างขาวสวยใส 8. รับประทานผลไม้เป็นประจำ ควรจะกินผลไม้ที่เป็นประโยชน์ต่อผิวบ่อยๆ ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวดูขาวแล้วก็สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงมาจากด้านใน ยกตัวอย่างเช่น ผลไม้ที่มีวิตามินซี วิตามินอี คอลลาเจน แล้วก็สารต้านอนุมูลอิสระต่างๆรวมทั้งนับว่าเป็นความโชคดีของบ้านเราสามารถหาผลไม้กลุ่มนี้ได้ง่ายสุดๆๆอย่างเช่น ส้ม มะนาว แตงโม มะละกอ รวมทั้งมะเขือเทศ ฯลฯ 9. ไม่ควรนำสารพิษเข้าร่างกาย ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ ดูดบุหรี่ รวมทั้งหลบหลีกควันที่มีพิษต่างๆด้วยเหตุว่าจะมีผลทำให้ผิวเสีย หมองคล้ำ รวมทั้งเหี่ยวย่นไว ทั้งยังไม่ดีต่อสุขภาพด้วยจ้ะ 10. ใช้ “น้ำนม” บำรุงผิว ทุกคน บางทีก็อาจจะยังไม่เคยทราบว่า “นม” จะช่วยบำรุงรักษาผิวพวกเราได้เช่นไร ความลับที่หลบอยู่ในนมซึ่งก็คือ “กรดแลกติก” ที่ช่วยปรับผิวแจ่มใสแล้วก็เนียนนุ่ม ทั้งยังช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป และก็กระตุ้นเซลล์ผิวให้ผลิตคอลลาเจนมากขึ้น ก็เลยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น นุ่มนวล รวมทั้งน่าสัมผัส สามารถติดตามวิธีการบำรุงผิววิธีต่างๆได้ที่ https://www.stillwildstillthreatened.org/

เคล็ดไม่ลับกับการดูแลผิวหน้าก่อนนอน

เคล็ดไม่ลับกับการดูแลผิวหน้าก่อนนอน ช่วงเวลาที่ผิวหน้าจะได้รับการฟื้นฟูมากที่สุด คือ ช่วงเวลากลางคืนหรือเวลาที่เรานอน ดังนั้นเราควรพิถีพิถันกับการดูแลผิวหน้าในช่วงก่อนนอนเป็นอย่างดี เพื่อให้การฟื้นฟูผิวหน้าในช่วงเวลาดังกล่าวทำได้อย่างดีที่สุด แต่หลายคนคงจะลืมไปว่าการมีผิวหน้าที่สวยใสนั้น ไม่ใช่แค่การบำรุงแต่เพียงอย่างเดียวแต่ควรได้รับการพักผ่อนดูแลรักษาความสะอาดด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งไม่แพ้การดูแลผิวหน้าแบบอื่น ๆ เรามีเคล็ดลับการดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธีมาแนะนำกัน เพื่อจะได้มีใบหน้าที่สวยใส ไร้ริ้วรอยให้อยู่กับเราไปนาน ๆ เคล็ดไม่ลับกับการดูแลผิวหน้าก่อนนอน ขั้นตอนแรก การบำรุงผิวหน้า อยู่ที่การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้าของแต่ละคน สำหรับคนที่ผิวหน้าแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำนมเป็นหลัก เพราะจะช่วยทำความสะอาดและเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวเราด้วย สำหรับคนผิวมัน ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้งเป็นผลัก จะช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าด้วย ขั้นตอนที่ 2 การทำความสะอาดใบหน้า การใช้ Cleansing ให้นวดทาทิ้งไว้ 30 วินาที – 1 นาที เพื่อให้ตัวครีมละลายสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง คราบไขมันอุดตัน การล้างหน้า ควรล้างหน้าให้เบาที่สุด ไม่ขัดถูแรง ๆ เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย อย่าใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง เพราะจะมีแรงกดมาก เป็นสาเหตุของริ้วรอย ให้ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางโดยเริ่มหมุนนิ้วออกเป็นวงกลม เริ่มจากบริเวณคาง คลึงนวดเบาๆ ไล่ขึ้นไปตามแก้ม ไล่จากบริเวณจุดกลางไปตามลายกล้ามเนื้อออกไปทางด้านข้าง ไล่ขึ้นไปที่หน้าผาก อาจจะเน้นบริเวณร่องจมูก เพื่อป้องกันการเกิดสิวเสี้ยน […]

10 วิธีหน้าใสห่างไกลสิว

10 วิธีหน้าใสห่างไกลสิว ผิวสวยหน้าใสใคร ๆ ก็อยากมี แล้วจะทำอย่างไรให้เป็นเจ้าของผิวสวยใสแบบสาวสุขภาพดีกันหละ ต่างคนก็ต่างมีวิธีหน้าใสแตกต่างกันไป หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังประสบปัญหาเรื่องหน้าไม่ใสหรือสิวขึ้นอยู่ วันนี้เรารวบรวมเคล็ดลับดี ๆ วิธีทําให้หน้าใสที่คุณทำได้ง่าย ๆ มาฝากค่ะ 10 วิธีหน้าใสห่างไกลสิว 1. คุณจะต้องนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ซึ่งข้อนี้สำคัญมาก 2. ทำทรีทเม้นท์ผิวหน้า เพื่อฟื้นฟูและบำรุงไปพร้อม ๆ กัน ทรีทเม้นท์นั้นสามารถทำได้เองง่าย ๆ ที่บ้าน เช่น การพอกหน้าด้วยไข่ขาว หรือดินสอพองผสมมะนาว แค่นี้ก็ถือว่าเป็นทรีทเม้นท์ได้แล้วล่ะค่ะ แต่อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดหลังพอกหน้าทุกครั้งนะคะ 3. ถ้าเป็นเพศหญิง ตอนประจำเดือนมาอย่าพยายามกินของมันและอย่าให้ผมปิดหน้า 4. อย่าล้างหน้าบ่อย ให้ล้างวันละ 2 ครั้ง เพราะจะทำให้หน้าคุณบางลง เมื่อหน้าบางหน้าคุณจะแพ้ง่ายและเป็นสิวได้ง่าย 5. ควรออกกำลังกายวันละ1 ครั้ง ขั้นต่ำไม่เกิน 30 นาที หลังออกกำลังกายเสร็จอย่ารีบล้างหน้าโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้เกิดฝ้าขึ้นได้ 6. ไม่ควรกินของมัน 7. ดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายหน้าคุณจะใสไร้สิว […]

7 เคล็ดลับวิธีบํารุงผิวหน้าให้สวยใส

7 เคล็ดลับวิธีบํารุงผิวหน้าให้สวยใส ด้วยสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้คนเราหันมาใส่ใจสุขภาพผิวพรรณและร่างกายมากขึ้น เราจึงมีเคล็ดลับวิธีบำรุงผิวหน้าให้ขาวใสในแต่ละวันมาฝากกัน เพื่อทำให้คุณมีผิวที่สวยใสตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ทุกวันนี้คุณดูแลตัวเองในแต่ละวันได้ดีพอแล้วไม่ เพราะการมีผิวสวยกระจ่างใสนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ด้วยขั้นตอนการบำรุงผิวหน้าอย่างถูกวิธีกันดังนี้ค่ะ 7 เคล็ดลับวิธีบํารุงผิวหน้าให้สวยใส ขั้นตอนที่1 เช็ดล้างเครื่องสำอางออกจากผิวหน้า ไม่ใช้แค่น้ำเปล่าทำความสะอาดผิวหน้าควรใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น ออยล์ แบบน้ำนม ครีม เจล มูส ทำความสะอาดเครื่องสำอางให้สะอาด เหตุที่สิวขึ้นก็มีส่วนจากการที่เราล้างหน้าไม่สะอาด และส่งผลให้ครีมที่เราใช้บำรุงผิวหน้าทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ขั้นที่ตอนที่ 2 ใช้สบู่ โฟม เจลล้าง ควรเลือกใช้ตามสภาพผิวหน้าของแต่ละคนเพื่อขจัดฝุ่นละอองที่อุดตันรูขุมขนให้สะอาดหมดจด ขั้นที่ตอนที่ 3 โทนเนอร์ – โลชั่น ควรใช้แบบที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ ต้องเลือกดูให้ดีๆ แล้วใช้โลชั่นเพื่อคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิวอีกที โทนเนอร์จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ยังตกค้างจากการล้างหน้า เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำความสะอาดผิวหนึค่ะ ขั้นที่ตอนที่ 4 เอสเซนส์ เซรั่ม การใช้เอสเซ้นส์จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ส่วนเซรั่มจะมีความเข้มข้นมากกว่าจะช่วยลดริ้วรอย กระชับใบหน้าให้เรียบเนียนขึ้นค่ะ ขั้นตอนที่ 5 บำรุงรอบดวงตา ใช้อายครีมบำรุงรอบดวงตาซึ่งจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวรอบดวงตา ดวงตาเป็นส่วนที่บอบบางจึงต้องดูแลเป็นพิเศษค่ะ ขั้นตอนที่ 6 เดย์ครีม ไนท์ครีม ครีมบำรุงกลางวันและครีมบำรุงกลางคืน […]